ปัจจุบันการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินเพื่อประกอบธุรกิจSMEsเป็นเเรื่องใกล้ตัวของผู้ประกอบการมากขึ้น เพราะสถาบันการเงินต่างๆ มีการทำตลาดเชิงรุก เข้าถึงผู้ประกอบการ ทำให้ผู้ประกอบการมีทางเลือกและเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้สะดวก รวดเร็ว มากขึ้น แต่ในการขอสินเชื่อจากธนาคารผู้ประกอบการส่วนใหญ่ โดยเฉพาะธุรกิจที่เริ่มต้น ขาดความเข้าใจหลักการพิจารณาปล่อยสินเชื่อของธนาคาร  และคิดว่าการขอสินเชื่อหรือการที่ธนาคารจะพิจารณาอนุมัติสินเชื่อให้นั้นเป็นเรื่องยาก และบางรายอาจใช้บริการในการระดมทุนจากแหล่งอื่นๆ ที่นอกเหนือจากธนาคาร บางครั้งทำให้ต้นทุนในการประกอบการสูงกว่าที่ควรจะเป็น ขาดโอกาสในการทำกำไร  หรือประสบกับปัญหาที่ยุ่งยากและอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ แล้ววิธีการใดบ้างที่ผู้ประกอบการควรรู้ก่อนติดต่อขอใช้บริการสินเชื่อกับสถาบันการเงินหรือธนาคาร  วันนี้จึงขอยกปัจจัยที่คิดว่าสำคัญและผู้ประกอบการควรทำความเข้าใจก่อนการติดต่อขอกับธนาคาร  โดยในลำดับแรกผู้ประกอบการควรศึกษาหาข้อมูลของสถาบันการเงินหรือธนาคารที่ให้บริการปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการ SMEs ว่ามีที่ใดบ้างที่มีผลิตภัณฑ์ที่เอื้อต่อการทำธุรกิจของเรา มีการสนองความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างไรบ้าง มีขั้นตอนหรือกระบวนการการขอสินเชื่อที่สะดวกหรือยุ่งยากอย่างไร โดยเฉพาะระยะเวลาในการอนุมัติสินเชื่อรวดเร็วทันต่อความต้องการใช้ในธุรกิจอย่างทันท่วงทีไหม มีเงื่อนไขที่ช่วยแก้ไขปัญหาของผู้ประกอบการได้ดีแค่ไหน เช่น เงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคต่อการขอสินเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ รายได้ หรือหลักประกัน มีผลิตภัณฑ์ใดบ้างที่เป็น Solutions ในการช่วยแก้ไขปัญหา เช่น หลักประกันราคาไม่พอ หรือยังไม่มีหลักประกัน แต่อยากจะได้วงเงินเยอะ ๆ เป็นต้น ที่สำคัญการบริการหลังการขายที่เกินความคาดหมาย ไม่เพียงแต่เป็นผู้ให้บริการทางสินเชื่อ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเหมือนพี่เลี้ยงหรือองค์กรแห่งการเรียนรู้สำหรับผู้ประกอบการที่เป็นลูกค้า และสิ่งที่จำเป็นต่อการประกอบการธุรกิจก็คือต้นทุนของสินเชื่อที่ปล่อยให้ผู้ประกอบการที่ต่ำกว่ามีจุดที่ให้บริการครอบคลุมทั่วถึงทุกพื้นที่ เป็นต้น  ก่อนการตัดสินเลือกใช้บริการ
            สำหรับตัวผู้ประกอบการเอง ต้องตรวจสอบคุณสมบัติหรือหลักเกณฑ์ในการขอสินเชื่อด้วยว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดหรือไม่ ถ้าไม่ครบยังขาดตรงจุดใดบ้าง ก็ต้องทำให้ถูกต้อง ซึ่งปัจจัยสำคัญในการที่มีโอกาสผ่านการ พิจารณาอนุมัตินั้น มีหลักใหญ่อยู่ 4 ปัจจัย ได้แก่
1.ตัวผู้ขอสินเชื่อเอง อาจจะเป็นในนามบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล จะต้องไม่เคยมีประวัติเสียหายในเรื่องการเงินกับธนาคารหรือสถาบันการเงินใดมาก่อน ธนาคารจะทราบจากการตรวจสอบเครดิตบูโรของผู้กู้
2.ธุรกิจที่ทำอยู่ เป็นธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมเสี่ยงตามนโยบายของธนาคารหรือไม่ หรือติดเพดานการปล่อยสินเชื่อหรือเปล่า และต้องไม่เป็นธุรกิจที่ผิดศีลธรรมหรือขัดต่อความสงบสุขของสังคม เช่น บางครั้งมีบางธุรกิจที่ใครก็หันมาทำ จนทำให้ล้นตลาด มีการลด แลก แจก แถม จนต้องล้มหายตายจากไป ธนาคารจึงต้องเบรคไม่ปล่อยให้มีเพิ่มเป็นต้น ตลอดจนประสบการณ์ในการทำธุรกิจก็เป็นส่วนสำคัญด้วย ปกติทั่วไป ผู้ขอสินเชื่อจะต้องมีประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 3 ปี  และธนาคารบางแห่งก็มีการอนุโลมโดยออกผลิตภัณฑ์พิเศษให้ลูกค้าที่เริ่มต้นธุรกิจ
3.รายได้ การปล่อยสินเชื่อของธนาคารๆ ไม่ได้มุ่งหวังหรือมีนโยบายที่จะยึดหลักประกันของลูกค้าหากลูกค้าไม่สามารถผ่อนชำระได้ แต่ธนาคารหวังได้รับการชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยคืนจากลูกค้าเป็นเงินสด ทำให้ต้องมีการวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ หรือรับภาระหนี้ของลูกค้าว่าสามารถรับภาระหนี้วงเงินสินเชื่อที่ขอได้หรือไม่ หรือที่เรียกว่า คำนวณ DSCR โดยคำนวณจากรายได้สุทธิ (รายรับหักรายจ่าย) ว่ามีเท่าไร และภาระการผ่อนคืนต่อเดือนรวมกับภาระเดิม (ถ้ามี) เป็นเท่าไร แล้วนำไปหารกับรายได้สุทธิ ผลออกมายิ่งสูงยิ่งดี โดยปกติไม่ควรต่ำกว่า 1.2 และหากสูงกว่า 2.5 ขึ้นไป อาจขอสินเชื่อโดยไม่ต้องมีหลักประกันได้ โดยธนาคารจะพิจารณาจากผลการเดินบัญชีที่ผ่านมาย้อนหลังอย่างน้อย 6  เดือนนำมาเฉลี่ย และจากงบการเงิน(งบกำไร-ขาดทุน) ในกรณีขอในนามบริษัทฯ
4.หลักประกัน หากการขอสินเชื่อมีหลักประกันที่คุ้มกว่าวงเงินที่ขอ หรือที่เรียกว่า LTV ต่ำ โอกาสที่จะได้รับอนุมัติก็มีสูง (ต้องประกอบกับปัจจัยอื่นข้างต้นด้วย) หลักประกันควรเป็นที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่อยู่อาศัย หรือที่ทำการของผู้ประกอบการ ทั้งนี้ หากธุรกิจมีผลประกอบการที่ดี หลักประกันอาจไม่มีความจำเป็น แต่หากมีหลักประกันที่ดีในการเสนอขอสินเชื่อ ต้นทุนในการคิดอัตราดอกเบี้ยก็จะต่ำกว่าสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน
            ก่อนการเข้าไปติดต่อกับธนาคารควรศึกษาคุณสมบัติของผู้ขอสินเชื่อและเตรียมเอกสารต่างๆ ให้พร้อม โดยสอบถามจากเจ้าหน้าที่หรือ ช่องทางการให้คำปรึกษาต่างๆ ของธนาคารว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง หากเอกสารถูกต้องครบถ้วน มาตรฐานของธนาคารที่มีประสิทธิภาพจะรู้ผลได้ภายใน 3 วันทำการและได้รับเงินไม่เกิน 10 วันทำการ แต่หากเอกสารที่สำคัญไม่ครบถ้วน ถึงจะมีคุณสมบัติครบถ้วนก็จะเป็นเหตุให้ถูกปฏิเสธการขอสินเชื่อได้
Thanks: http://k-expert.askkbank.com/ 

Comment

Comment:

Tweet