สัญลักษณ์ของอาคารศาลาไทย ในงาน The World Exposition Shanghai China 2010 ออกแบบเป็นรูปเส้นสาย “ลายกนก” แม่ลายพื้นฐานที่สำคัญในจิตรกรรมไทย อันเป็นอีกภูมิปัญญาหนึ่งของศิลปินไทยที่มีมาแต่โบราณ เปรียบได้กับลายต่างๆ ของธรรมชาติ เช่น ใบไม้ สายน้ำ เปลวไฟ ฯลฯ นำมาบรรจงสร้างในงานจิตรกรรมไทย

ความหมายที่ตรงตัวของคําว่า “กนก” หมายถึง “ลวดลายไทย” แต่อีกความหมายหนึ่ง คือ “ทอง” กำหนดใช้สีน้ำตาล-ทองของ “กนก” เป็นส่วนหนึ่งของสัญลักษณ์อาคารศาลาไทย เปรียบเสมือนผืนแผ่นดินทองของไทยอันอุดมสมบูรณ์ ในรายละเอียดภายในกนกนั้น จะประกอบด้วยสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดที่หลากหลาย นำมาร้อยเรียงผสมผสานให้เป็นหนึ่งเดียว สื่อถึงความหมายของความหลากหลายทางเชื้อชาติ เปรียบเสมือนการรวมกันเป็นหนึ่งของผู้คนชาวไทยเชื้อชาติต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในผืนแผ่นดินไทย

สัญลักษณ์ของ “กนก” ออกแบบให้มีปลายยอดมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน ดั่งความสามัคคี ความกลมเกลียวและความมุ่งมั่น ที่จะร่วมกันพัฒนาประเทศของชนทุกเชื้อชาติไปสู่ทิศทางเดียวกัน

“กนก” ที่กำหนดให้ เป็นในตราสัญลักษณ์ของอาคารศาลาไทยครั้งนี้ มีสัณฐานเดียวกับเลข ๑ ของไทย ถูกจัดวางไว้ด้านบนของชื่อ “ประเทศไทย” ที่เขียนด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ เพื่อผสมผสานความเป็นสากลเข้ากับเอกลักษณ์ความเป็นไทย และอีกนัยหนึ่งคือ ความเป็นหนึ่งเดียวกันของชนในชาติ

 

ประเทศไทยกับการจัดแสดงงาน

งานมหกรรมโลก หรือ "World Expo" มีประวัติความเป็นมายาวนาน เป็นมหกรรมที่ผสมผสานระหว่างการแสดงภาพลักษณ์ของประเทศชาติ กับผลิตภัณฑ์สินค้าและประดิษฐ์กรรมของโลกสมัยใหม่หลังการปฏิวัติอุตสาหกรรม ที่เริ่มมีขึ้นเป็นครั้งแรกในยุโรป ตรงกับปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 (พ.ศ. 2405) และด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลและพระปรีชาชาญด้านการต่างประเทศของพระองค์ ทำให้ประเทศไทยหรือสยามในเวลานั้น ได้เข้าร่วมงานมหกรรมโลก และเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างชื่อเสียงของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักของชาวโลก และส่งผลดีในด้านความมั่นคงและการค้าการลงทุนของประเทศสืบมา

หลังจากการเข้าร่วมงานในครั้งนั้นแล้ว ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 สยามก็ยังคงให้ความสำคัญกับการเข้าร่วมงานเรื่อยมา สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

รูปแบบอาคารศาลาไทยที่เข้าร่วมงานในอดีต

พ.ศ. 2410 (ค.ศ. 1867) : Exposition Universelle de Paris 1867 ปารีส ฝรั่งเศส
ในงาน Paris Exhibition ซึ่งเป็นการชุมนุมของประชาคมโลกที่มีอิสรเสรีภาพ เป็นการแสดงสมรรถนะทางเศรษฐกิจ และบูรณาการความก้าวหน้าของชาติจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ได้ทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเข้าร่วมงานอย่างเป็นทางการ โดยทรงโปรดเกล้าฯให้จัดส่งผลิตภัณฑ์สินค้าจำนวนมากในนามประเทศสยามไปร่วมด้วย ซึ่งครั้งนั้น ประเทศสยาม จีน และญี่ปุ่น เป็นประเทศที่มาจากทวีปเอเชีย

วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2410 (ค.ศ. 1867) ประเทศสยามได้รับรางวัลเหรียญทองจากสินค้ายาสูบ ฝ้าย เมล็ดพืช และเครื่องมือประมง และรางวัลเกียรติยศพิเศษ สำหรับแบบจำลองเรือพระที่นั่งของพระมหากษัตริย์ จำนวน 9 ลำ หลังจากสิ้นสุดงานพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานเป็นที่ระลึกแด่จักรพรรดินโปเลียน

พ.ศ. 2443 (ค.ศ. 1900) : Exposition Universelle et Internationale de Paris 1900 ปารีส ฝรั่งเศส

การจัดงานในครั้งนี้ ทางผู้จัดได้จัดให้พื้นที่ของอาคารแสดงประเทศสยาม ไปอยู่รวมกับประเทศอาณานิคม ประเทศสยามจึงได้ประท้วงผู้จัดงานจนได้มีพื้นที่แสดงซุ้มศาลาเป็นของตัวเอง

พ.ศ. 2447 (ค.ศ. 1904) : Celebration of the Centennial of the purchase of Louisiana on April 30th of 1803 เซนต์หลุยส์ สหรัฐอเมริกา
ในสมัยรัชกาลที่ 5 ประเทศสยามใช้งบประมาณไป 250,000 บาท สร้างซุ้มศาลาที่จําลองจากอุโบสถวัดเบญจมบพิตร เพื่อร่วมเฉลิมฉลองการสร้างวัดเบญจมบพิตรในประเทศไทยในคราวเดียวกัน สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแขกผู้มาชมงาน

พ.ศ. 2454 (ค.ศ. 1911) : International Exhibition of Industry and Labor ตูริน อิตาลี
ซุ้มศาลาของประเทศสยามในปีนี้ แม้จะไม่ใหญ่โตเมื่อเทียบกับอาคารของอังกฤษ รัสเซีย ตุรกี สวิตเซอร์แลนด์ และฮังการี แต่หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของอิตาลีได้เขียนคำนิยมไว้ว่า
“ยอดหลังคาสีทองของซุ้มประเทศสยามนั้นมองเห็นแต่ไกลจากเกือบทุกจุดในอาณาบริเวณของงานกว่าหนึ่งล้านตารางเมตรสองฝั่งแม่น้ำโป”

งานมหกรรมโลกที่อิตาลีนี้ ประเทศสยามใช้งบประมาณไปทั้งสิ้น 125,000 บาท และได้รับรางวัลจากคณะกรรมการแห่งตูรินเป็นจํานวนมาก มีผู้เข้าชมศาลาประมาณ 7.5 ล้านคน ซึ่งเท่ากับจํานวนประชากรของประเทศสยามในขณะนั้น

สัญลักษณ์นำโชคของศาลาไทย

ในการออกแบบสัญลักษณ์นำโชคของอาคารศาลาไทยนั้น ได้รับแรงบันดาลใจจากประติมากรรมยักษ์ไทย “อินทรชิต” ที่ยืนอยู่ด้านหน้าอาคารศาลาไทย เป็นรูปแบบของตัวการ์ตูนยักษ์ตัวน้อย ชื่อว่า “ไท” ซึ่ง “ยักษ์ไท” นี้มีบุคลิกลักษณะน่ารัก น่าเอ็นดู แฝงด้วยเสน่ห์กริยาอันสุภาพอ่อนน้อมแบบไทย เพื่อสร้างความสุขและความสนุกสนานให้กับผู้เข้าชมนิทรรศการ

  • "ไท" คือชื่อของสัญลักษณ์นำโชคของอาคารศาลาไทย หมายถึง " ผู้เป็นใหญ่ " และยังออกเสียงเหมือนกับคำว่า "ไทย" ซึ่งหมายถึง "ชนเชื้อชาติไทย" "ความมีอิสระ" และ "ความไม่เป็นทาส"
  • "ยักษ์ไท" เปรียบเสมือนกับประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศเอกราช ผู้คนมีความอิสระทั้งกายและจิตใจ คนไทยมีจิตใจดี มีความสุข มีน้ำใจ เต็มไปด้วยความน่ารัก และรอยยิ้มอันสดใส พร้อมที่จะเผื่อแผ่มิตรภาพให้แก่มวลมนุษยชาติ
  • สีเขียว หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ของผืนแผ่นดินไทย ดวงตากลมโตแต่เรียวรี เปรียบเสมือนดวงตาของคนไทย ที่มุ่งมั่น และแฝงด้วยความเอื้ออาทร
  • รอยยิ้ม เป็นรอยยิ้มสยามตามที่คนไทยได้รับการขนานนามไว้ เป็นยิ้มที่เปี่ยมด้วยความจริงใจแสดงถึงความสุข และความเป็นมิตรที่พร้อมมอบให้แก่เพื่อนร่วมโลก
  • กระบองใหญ่ที่ถือ เป็นเหมือนกับกระบองวิเศษ สามารถเปลี่ยนรูปทรงเป็นสิ่งต่างๆได้ มีอิทธิฤทธิ์ในการเนรมิตความสุข และความฝันให้สมหวัง




Comment

Comment:

Tweet

มีสินค้าที่ระลึกจำหน่ายไหมคะ

#2 By jin (124.122.98.38) on 2010-05-25 11:17

ลืมขอบพระคุณ ข้อมูลจากเวป ศาลาไทย นะจ๊ะ

#1 By Linda----> on 2010-05-03 09:55