“ปลาทูเค็ม” เป็นอาหารประเภทที่ลูกค้าซื้อไปทอดไปทำเป็นกับข้าวที่มีขายอยู่ทั่วไปตามท้องตลาด คนขายก็มีอยู่มาก แต่ถ้าสร้างจุดขายให้แตกต่างจากผู้ค้ารายอื่นได้ ก็ยังเปิดตลาดได้อีก อย่าง “ปลาทูเค็มปลอดสารพิษ” ที่มีบรรจุภัณฑ์ปิดผนึกมิดชิด ที่ทีม “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลมานำเสนอในวันนี้...
 
อ๊อด-นภดล แก้วช่างศรี ปัจจุบันยึดอาชีพทำ “ปลาทูเค็มปลอดสารพิษ” จำหน่าย เขาเล่าถึงความเป็นมาว่า เดิมตนเองนั้นทำงานเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง จนมาเข้าสู่ช่วงยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำทางบริษัทจำเป็นต้องลดคน ตนจึงต้องออกจากงานประจำที่ทำอยู่ หลังจากที่ไม่มีงานประจำทำก็เริ่มที่จะมองหาอาชีพอื่นทำแทน จึงได้ยึดอาชีพเป็นพ่อค้า โดยรับผลไม้และปลาทูมาขายตามตลาด
 
ภายหลังก็เลิกรับผลไม้มาขาย โดยขายเฉพาะปลาทูเค็มเพียงอย่างเดียว แต่ขายอยู่ได้ระยะหนึ่งยอดขายก็เริ่มไม่ดี เนื่องจากมีคู่แข่งเยอะ จึงเริ่มที่จะหาวิธี-หาจุดขายให้กับปลาทูเค็มเพิ่มขึ้น
 
“เพื่อที่จะทำให้สินค้าของเราสู้คู่แข่งได้ จึงต้องสร้างสินค้าให้มีความแตกต่างจากคู่แข่ง”
 
นภดลหาจุดขายให้กับสินค้าโดยคำนึงถึงกระแสรักสุขภาพของคนไทย ได้คิดทำ “ปลาทูเค็มปลอดสารพิษ” ขึ้น โดยชู “ความสะอาด ปลอดสารพิษ ป้องกันแมลงวัน” เป็นจุดขาย
 
“ปลาทูเค็มปลอดสารพิษนี้จะใช้วิธีการฆ่าเชื้อด้วยระบบโอโซน และเพื่อความมั่นใจว่าสินค้าจะปลอดภัยจากสารพิษจริง ๆ ก็มีการส่งไปให้ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจหาเชื้อโรคที่เป็นอันตรายต่อร่างกายผู้บริโภคด้วย จนมั่นใจว่าสินค้าของเราปลอดสารพิษและเชื้อโรคจริง ที่สำคัญเมื่อตรวจผ่านก็จะมีใบรับรอง สามารถนำสินค้าส่งออกไปขายต่างประเทศได้อีกด้วย ถ้าเราหาตลาดได้” นภดลกล่าว
 
สำหรับปลาทูที่ใช้ทำนั้น ใช้ปลาทูนำหนักตัวประมาณ 1 ขีด เกลือที่ใช้เป็นเกลือเม็ด ซึ่งวัตถุดิบทั้ง 2 อย่างมีแหล่งซื้ออยู่ที่มหาชัย ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้ใส่ปลาทูสำหรับทำปลาทูเค็ม ใช้ถังน้ำแข็งที่เป็นพลาสติก ไม่ใช้ถังที่ทำจากวัสดุพวกสังกะสี อะลูมิเนียม เพราะเกลือจะกัด ทำให้เกิดสนิมเข้าไปปนเปื้อนในตัวปลาทูได้
 
ส่วนเครื่องฆ่าเชื้อระบบโอโซนนั้น มีหลายราคา มีตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน
 
ขั้นตอนการทำ “ปลาทูเค็มปลอดสารพิษ” เริ่มจากนำปลาทูมาล้างทำความสะอาดด้วยน้ำที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยระบบโอโซน และล้างทำความสะอาดถังพลาสติกที่ใช้สำหรับใส่ดองปลาทูด้วยน้ำที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยระบบโอโซนเช่นกัน

เมื่อทำความสะอาดถังเรียบร้อย ก็นำเกลือเม็ดมาทำการโรยรองพื้นให้ทั่วก้นถังพลาสติก แล้วนำปลาทูที่ล้างทำความสะอาดเตรียมไว้แล้วมาวางเรียงลงไปในถังพลาสติกที่มีเกลือรองอยู่ให้เต็มพื้นที่ จากนั้นก็ใช้เกลือเม็ดโรยทับลงไปบนตัวปาทูที่วางเรียงในถังให้มิดตัวปลาทู

วางปลาทูและโรยเกลือทับเป็นชั้น ๆ ไปเรื่อย ๆ จนเกือบเต็มถังพลาสติก กะดูให้พอปิดฝาถังได้ นำน้ำที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยระบบโอโซนเทใส่ลงไปในถังให้พอดีกับระดับเกลือที่อยู่ด้านบนถัง

ปิดฝาถังให้มิดชิด ดองไว้ประมาณ 2-3 วัน จะทำให้ปลาทูมีความเค็มที่กำลังพอดี

หลังจากดองปลาทูทิ้งไว้ครบตามเวลาที่กำหนดแล้ว ก็นำปลาทูขึ้นมาจากถัง นำไปเข้าเครื่องอบโอโซน เพื่อทำการฆ่าเชื้อโรค โดยใช้เวลาอบประมาณ 2 ชั่วโมง
จากนั้นนำออกมาบรรจุใส่ถุงพลาสติกด้วยเครื่องบรรจุสุญญากาศ โดยบรรจุถุงเล็กถุงละ 1 ตัว เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อย เตรียมส่งออกขายได้

“ปลาทูเค็มปลอดสารพิษ” ของอ๊อด-นภดล ราคาขายปลีกอยู่ที่ตัวละ 15 บาท และราคาขายส่งอยู่ที่ตัวละประมาณ 12 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ซื้อ

สำหรับต้นทุนการผลิต อยู่ที่ตัวละประมาณ 11 บาท

“ปลาทูเค็มปลอดสารพิษ” เจ้านี้ใช้ชื่อยี่ห้อ “อ๊อดปลาเค็ม” ใครจะสั่งซื้อไปขายต่อ ต้องการติดต่อกับอ๊อด-นภดล  ก็ โทร.08-1427-0148 และในวันที่ 6-8 ส.ค. 2551 นภดลจะไปออกบูธขายปลาทูเค็มที่กระทรวงพาณิชย์ ในงานอาหารอาเซียน สนใจก็ลองไปหาซื้อมาชิมรสชาติกันได้ ทั้งนี้ “ปลอดสารพิษ” ยังใช้เป็น “จุดขาย” ให้กับอาหารได้อีกมากมายหลายชนิด ใครได้ไอเดียแล้วก็ลองพลิกแพลงทำกันดู !!

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ :รายงาน / ศุภพล กมลาภิรมย์ :ภาพ

   เดลินิวส์

 

Comment

Comment:

Tweet

ค.ว.ย.big smile big smile big smile big smile big smile big smile

#1 By พะ (125.26.50.29) on 2009-12-02 21:57