ไม่ใส่ถุง ไม่นุ่งยาว

posted on 30 Apr 2008 13:40 by linjah in General

Google

โดย  อานันท์ : www.sarakadee.com

‘นี่มันเป็นแฟชั่นรักโลก ช่วยลดโลกร้อนหรือเปล่า?  เพราะว่าถุงผ้าดังกล่าวเริ่มมีการผลิตเพื่อขาย  มีการสกรีนลวดลายต่าง ๆ ลงบนพื้นผ้า…’

 

อากาศที่กลางวันร้อนอบอ้าว ไม่นานก็มืดครึ้มทำท่าว่าฝนจะตก ซึ่งก็มีทั้งตกบ้างไม่ตกบ้าง  บางทีก็ร้อนระอุติดต่อกันสองถึงสามวันฝนจึงตกกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา

บางวันคล้ายกับว่าในหนึ่งวันมีถึงสามฤดู  ร้อน ฝน และหนาว  เป็นอย่างกะทันหันจนบางคนร่างกายปรับตัวไม่ทันต้องล้มหมอนนอนเสื่อ



คล้ายกับว่าเมืองเรานั้นอากาศวิปริตกันยกใหญ่  ซึ่งจะว่ากันตามความเป็นจริงแล้วมันค่อย ๆ เปลี่ยนมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเห็นภาพชัดในวันนี้  และไม่ใช่เพียงแค่บ้านเราเท่านั้น  ความจริงมันผิดปรกติไปทั้งโลก

ภาวะเช่นนี้เรียกว่า “ภาวะโลกร้อน”

 

โลกร้อนขึ้นเพราะอะไรนั้นล้วนมีหลายสาเหตุเป็นปัจจัยก่อให้เกิดภาวะดังกล่าว  การอุตสาหกรรมหนักต่าง ๆ ที่ปล่อยความร้อน  ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลอยขึ้นปกคลุมชั้นบรรยากาศของโลก เป็นปฏิกิริยาเรือนกระจก

การผลิตและทำลายถุงพลาสติกก็เป็นหนึ่งในปัจจัยเหล่านั้น

ขณะนี้ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างรณรงค์ งดและเลิกใช้ ถุงพลาสติก  แน่ละ เลิกนั้นคงเลิกไม่ได้อย่างปัจจุบันทันด่วน  แต่การลดปริมาณการใช้นั้นทำได้ไม่ต้องรอ

เราจึงได้เห็นถุงผ้าคล้องแขนผู้คนกันกลาดเกลื่อนในเวลานี้  ผมเองก็เป็นหนึ่งในผู้คนจำนวนนั้น

จะเรียกว่าทำตามกระแสก็ย่อมได้  แต่การตามกระแสของผมนั้นมาช้ากว่าคนอื่น ๆ สักหน่อย

กลางเดือนมีนาคม  ผมได้รับพัสดุทางไปรษณีย์จากนิตยสาร ฅ.คน  นอกเหนือจากนิตยสารประจำเดือนมีนาคมแล้วก็มีถุงผ้าอย่างหนา (รายการจุดเปลี่ยน) และสมุดบันทึก (รายการหลุมดำ)

รายการจุดเปลี่ยนตอนหนึ่งนำเสนอเรื่องการเลิกใช้ถุงพลาสติก (ผมได้ชมด้วย)  ฉะนั้นที่ข้างถุงผ้าจึงสกรีนข้อความ ร่วมงดใช้ถุงพลาสติก

ผมเก็บถุงผ้านั้นใส่ลิ้นชัก เก็บไว้เป็นที่ระลึกมากกว่าจะใช้ประโยชน์  กระทั่งผมเริ่มมีปัญหาถุงพลาสติกจากการจับจ่ายซื้อของกินทุก ๆ สัปดาห์จากตลาดติดแอร์เพิ่มขึ้นจนเต็มถังบรรจุน้ำใบใหญ่  แม้ว่าจะนำมาใช้ใส่ขยะบ้างแล้วก็ตาม มันยังคงไม่พร่อง กลับเพิ่มขึ้นไม่ทันต่อการกำจัด

จากที่พนักงานแยกใส่ให้สองถุงบ้างสามถุงบ้าง  ผมบอกเธอว่า ขอเพียงถุงเดียว  ใส่รวมกันมาเลย  ก็เป็นเพียงการแก้ปัญหาไปเปลาะหนึ่งเท่านั้น  ซึ่งความจริงผมแทบไม่มีความจำเป็น หรือต้องการถุงพลาสติกในห้วงยามหนึ่งที่มันล้นบ้าน

จึงคิดถึงถุงผ้าที่ได้รับ ว่าทำไมไม่เอามาใช้ให้เกิดประโยชน์  นั่นละครับ จากนั้นมาผมก็พกถุงนี้ติดตัวเมื่อยามเข้าตลาดติดแอร์

เมื่อไปยืนอยู่หน้าเคานเตอร์ชำระเงินก็ออกอาการเขินนิดหน่อยเมื่อมองไปรอบ ๆ แล้วไม่มีใครเตรียมถุงผ้าเหมือนผม  แต่เมื่อตั้งใจแล้วก็เลิกคิด  บอกพนักงาน (ฝึกงาน) ว่า ไม่เอาถุง  แล้วยื่นถุงผ้าในมือให้เธอ

เธอมองหน้าผมอย่างงง ๆ นิดเดียวเท่านั้น  แล้วก็พยายามหยิบสินค้าจัดเรียงโดยการพิจารณาอย่างรวดเร็วว่าอย่างไหนควรใส่ก่อนและหลัง

ผมมองการทำงานของเธอที่ไม่คล่องแคล่วนัก  ไม่รู้จะเป็นด้วยความไม่ชำนาญหรือไม่ถนัดกับการหยิบของลงใส่ถุงผ้า  คือมันกางได้ไม่กว้างเท่ากับถุงพลาสติกที่มีขอเกี่ยว อีกทั้งน้ำหนักของมันจะคอยทิ้งตัวพับปิดตลอดเมื่อละมือไปหยิบสินค้าชิ้นอื่น ๆ 

แต่เธอก็ทำจนสำเร็จในเวลาพอสมควร  ผมเองก็โล่งใจไปพร้อม ๆ กัน  กลัวว่าจะทำให้เธอและลูกค้าที่ยืนต่อแถวเดียวกับผมเสียเวลาและหงุดหงิดใจ

จากนั้นมาผมไม่เกิดอาการเขินอย่างครั้งแรกอีก  เกิดสำนึกภูมิใจเสียอีกว่า อย่างน้อยก็ช่วยลดภาวะโลกร้อนไปได้อีกนิด  ส่วนใครเห็นพฤติกรรมของผมแล้วอยากทำตามบ้างก็ยินดีด้วย  ส่วนใครไม่ทำตามก็ไม่ว่ากัน 

แม้ว่าอยากจะร่วมช่วยรณรงค์แต่ก็จนใจเหลือเกินที่จะไปป่าวประกาศบอกแก่ใคร  เอาเป็นว่า เริ่มทำเองเสียนั่นแหละ  บอกกันด้วยการกระทำ

อย่างที่ได้กล่าวแล้วว่า ผมเองตามกระแสนี้ช้ากว่าชาวบ้านเขา  ผมเห็นใคร ๆ ก็สะพายถุงผ้านี้กันให้ทั่ว  ผมจึงมีความมั่นใจมากขึ้น  มากเท่าที่ว่าทุกวันนี้ผมไม่สะพายกระเป๋าหนังใบเดิมแล้ว เปลี่ยนมาสะพายถุงผ้าแทน  มันใส่หนังสือได้หลายเล่ม  ได้ทั้งพ็อคเก้ตบุคและใหญ่ขนาดนิตยสาร  น้ำหนักเบากว่าและคล่องตัวกว่า  และใส่ของต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องขอถุงพลาสติกเวลาซื้อของ

แถมยังเท่กว่าด้วยซ้ำ (ในสายตานักอนุรักษ์ธรรมชาติ)

แม้ขณะหนึ่งใจเคยถามว่า นี่มันเป็นแฟชั่นรักโลก ช่วยลดโลกร้อนหรือเปล่า?  เพราะว่าถุงผ้าดังกล่าวเริ่มมีการผลิตเพื่อขาย  มีการสกรีนลวดลายต่าง ๆ ลงบนพื้นผ้า  และเท่าที่ทราบสนนราคาก็ตกอยู่ราว ๆ ร่วมหนึ่งร้อยบาทเป็นขั้นต่ำ  อีกทั้งในกระบวนการผลิตอาจเพิ่มความร้อนต่อโลก อย่างนั้น ถุงผ้านี้คงสวนทาง ขัดแย้งกับวัตถุประสงค์ขั้นแรกของมันพอดู

อย่างไรก็ตามหากไม่คิดมากความอย่างผม แม้ว่าจะเป็นแฟชั่น (กระแส) อย่างน้อยเมื่อพิจารณาลงลึกไปอีกสักนิดมันก็เป็นกระแสที่ดีและสร้างสรรค์  และจะดียิ่งขึ้นหากใช้มันเป็นไปตามวัตถุประสงค์คือ ลด หรือ เลิก ใช้ถุงพลาสติก

ฉะนั้นแล้วผมจึงสรุปให้กับใจว่า หากมันเป็นแฟชั่น ก็เป็นแฟชั่นที่ดี

ลูกค้าที่มาซื้อหนังสือของสำนักพิมพ์ในงานสัปดาห์หนังสือฯ ส่วนมากมักลากกระเป๋าเดินทางขนาดย่อมและกลางมาด้วยเพื่อใส่หนังสือ  หลายคนว่า “ไม่ต้องใส่ถุง” เมื่อผมหยิบถุงพลาสติกขึ้นมาพยายามจะคลี่มันออก  นอกจากกระเป๋าก็มีถุงผ้านั่นละครับ 

“ช่วยลดโลกร้อนค่ะ”  บางคนสำทับเพิ่ม 

ทำเอาผมหน้าม้าน  เหมือนตัวเองเป็นพวกทำลายล้างโลกอย่างงั้นแหละ  ทั้งที่ความจริงทำไปโดยมารยาทแท้ ๆ   ใครจะรู้บางคนอาจต้องการถุง หรือบางคนไม่ต้องการ

หลัง ๆ ผมจึงถาม  “ไม่ใส่ถุงนะครับ” 

ส่วนคนที่มาตัวเปล่าไม่จำเป็นต้องถาม หยิบใส่ให้ไปเลย  ไม่งั้นละโดนค้อนวงใหญ่

บางขณะผมก็เบื่อ ๆ เซ็ง ๆ นะครับที่ต้องคอยตอบคำถามลูกค้าว่าเรื่องนี้เป็นยังไง?  สนุกไหม?  เศร้าไหม?  จบดีไหม?  แต่โดยรวมผมว่ามันก็สนุกดีที่ใคร ๆ ก็ต้องฟังผมพูด 

ฟัง-ไม่ฟังไม่รู้เรื่องนะเออ 

ยิ่งฟังแล้วซื้อนี่ยิ่งภูมิใจ (แม้ไม่ได้ค่าเปอร์เซ็นต์ใด ๆ นอกจากเบี้ยเลี้ยงตามปรกติ)

ขณะที่ผมกำลังเหม่อลอยมองสาวน้อยสาวใหญ่ที่เดินผ่านไปมาก็ต้องสะดุ้ง เมื่อลูกค้าสาวสวยคนหนึ่ง (ขอสงวนการบรรยายถึงรูปร่างหน้าตา) บอกกับมิตรกวี

“ไม่ต้องใส่ถุงนะคะ”

ผมรีบก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเอง  แอบยิ้ม  กลั้นหัวเราะ

คิดหาเรื่องแก้เบื่อไปอย่างนั้นเอง  ไม่งั้นหงุดหงิดเต็มทน  ก็สาว ๆ นุ่งกางเกงขาสั้นพลุกพล่านเต็มไปหมดตั้งแต่สายยันค่ำของแต่ละวัน

หากว่าโลกไม่ร้อนเช่นวันนี้ บางทีผมอาจไม่มีโอกาสได้เห็นขาอ่อนของสาว ๆ เหมือน 30-20 ปีก่อนก็เป็นได้, สวัสดี ·

 

Make money online  Computer&Download software  Solar energy Lose weight

Comment

Comment:

Tweet