12 พื้นที่สร้างรัฐสภาใจกลางกรุง
.
ดร.โสภณ พรโชคชัย
.

          เห็นประเทศไทยเราจะย้ายรัฐสภาแต่ก็คิดมาหลายตลบว่าจะย้ายไปไหนดี บ้างก็เสนอพื้นที่ราชการทหารแถวเกียกกาย เขตดุสิต บ้างก็เสนอไปไกลถึงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ภาคเอกชนก็เสนอตัวมากมายทั้งแถวเมืองทองธานี วิภาวดีรังสิต บางนา-ตราดและที่อื่น ๆ แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่าจะย้ายไปไหนแน่ ตอนสร้างรัฐสภาปัจจุบันแทนพระที่นั่งอนันตสมาคม ก็ไม่เห็นยากเย็นเช่นทุกวันนี้
.
          ทำเหมือนรัฐสภาของเรากลายเป็น “เจ้าไม่มีศาล” ไปได้ เราควรเห็นรัฐสภาเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพราะเป็นการใช้อำนาจของประชาชนเจ้าของประเทศผ่านผู้แทนของตนเอง รัฐสภาไม่ใช่สนามบินที่จะออกไปตั้งอยู่นอกกรุงได้ ผมเห็นว่ารัฐสภาต้องตั้งในเขตกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะใจกลางเมืองเท่านั้น เพื่อสะท้อนศักดิ์ศรีของชาติและประชาชน
.
          ความจริงรัฐสภาตั้งอยู่ในที่เดิมก็ยังได้ ไม่จำเป็นต้องย้าย รัฐสภาของประเทศมหาอำนาจก็ยังไม่ได้มีขนาดใหญ่โตอะไรนักหนา ที่ตั้งปัจจุบันของรัฐสภาไทยตามที่ผมประมาณการคร่าว ๆ ก็มีขนาด 22 ไร่ ดังนั้นถ้าแต่เดิมไม่ได้สร้างเผื่อขยายอะไรมากนัก ก็อาจสร้างใหม่ จะได้มีห้องหับเพิ่มเติม เช่น ห้องทำงานของสมาชิกรัฐสภา ห้องรับรอง ห้องประชุมย่อย ห้องสัมมนาหรือสิ่งจำเป็นอื่น
.
          ข้อพึงพิจารณาประการหนึ่งก็คือ เรื่องข้อจำกัดตามกฎหมายในการก่อสร้างอาคารในพื้นที่บริเวณนี้ อย่างไรก็ตามโดยที่อาคารนี้เป็นอาคารของทางราชการโดยเฉพาะรัฐสภาก็อาจมีข้อยกเว้น ไม่ขัดกับข้อกฎหมาย ยิ่งกว่านั้นในการก่อสร้างจริง ยังอาจจะทำชั้นใต้ดินเพื่อเพิ่มขนาดพื้นที่ก่อสร้าง หรือจำเป็นจริง ๆ ก็อาจแก้กฎหมายให้สามารถก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ที่สะท้อนศักดิ์ศรีของประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตย
.
          แต่ถ้าจะหาที่อื่นมาสร้างเป็นรัฐสภา ผมขอเสนอที่ดินใจกลางเมืองที่มีอยู่นับสิบแปลงมาให้พิจารณา และโดยที่รัฐสภาปัจจุบันมีขนาด 22 ไร่ ผมว่าที่ตั้งใหม่ก็ควรมีขนาดไม่เกิน 50 ไร่ เพื่อไม่ให้ฟุ่มเฟือยโดยใช่เหตุ และการที่ผู้แทนของปวงชนทำตัวติดดิน ยิ่งดำรงความทรงเกียรติให้เป็นที่น่าเคารพยิ่งขึ้นเสียอีก อย่างไรก็ตามที่ดินที่ผมขอเสนอ คงมีขนาดนับร้อยไร่ขึ้นไป ดังนี้:
.
          บริเวณที่ 1 ที่ดินกรมทหารเขตดุสิต ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางหลายพันไร่ ทางราชการก็เคยศึกษาให้ก่อสร้างรัฐสภาแถวนี้ อันที่จริงพื้นที่เขตทหาร ควรย้ายออกไปนอกเมืองเช่นประเทศอื่น แล้วจัดหาที่ตั้งใหม่และที่อยู่ใหม่ให้สมเกียรติ นำที่ดินใจกลางเมืองเหล่านี้มาพัฒนาให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติยิ่งขึ้น
.
          บริเวณที่ 2 พื้นที่กรมทหารจากช่อง 5 ฝั่งพหลโยธินถึงสโมสรกองทัพบกฝั่งวิภาวดีฯ พื้นที่นี้มีขนาดเกือบ 1,000 ไร่ ถ้าเอารถไฟฟ้าเลี้ยวเข้ามาเป็นแบบรางเบาเช่นในสิงคโปร์ และเอาทางด่วนเลี้ยวเข้ามาจะสมบูรณ์แบบมาก สามารถกลายเป็นศูนย์ราชการหรือศูนย์ธุรกิจแห่งใหม่ได้ ถ้าไม่เอารัฐสภามาตั้งที่นี่ จะสามารถวางตึกธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ได้ถึง 70-80 ตึกเลยทีเดียว
.
          บริเวณที่ 3 พื้นที่กรมทหาร ถ.โยธี พญาไท ซึ่งเป็นที่ดินขนาดใหญ่ ใจกลางเมือง มีทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้าผ่านเช่นกัน อีกทั้งอยู่ใกล้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิที่สร้างขึ้นเพื่อเทอดทูนวีรบุรุษชาติอีกต่างหาก
.
          บริเวณที่ 4 และ 5 สนามม้าทั้งสองแห่งในกรุงเทพมหานคร ข้อนี้อาจได้รับการสนับสนุนจาก “ผู้มีศีลธรรม” ทั้งหลายมากเป็นพิเศษ เพราะเรามักไม่อยากเห็นตำตากับการพนันที่มีอยู่จริงในสายเลือด ดังนั้นจึงควรจะจัดหาพื้นที่ทำสนามม้าเสียใหม่นอกเมือง แล้วยกที่ดินบางส่วนมาสร้างรัฐสภาอันเป็นสถาบันสำคัญของประเทศ
.
          บริเวณที่ 6 โรงซ่อมรถไฟ บึงมักกะสันของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งมีทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้าผ่านเช่นกัน เวลาท่านผู้ทรงเกียรติมาประชุม ก็อาจมาโดยรถไฟฟ้าได้ จะได้ไม่ทำให้การจราจรติดขัดอีกต่างหาก
.
          บริเวณที่ 7 โรงงานยาสูบ ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นส่วนขยายของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ อีกส่วนหนึ่งก็ควรนำมาทำเป็นรัฐสภา น่าจะประสานกันได้ด้วยดี ทั้งยังมีสาธารณูปโภคครบครัน
.
          บริเวณที่ 8-9-10-11 เป็นพื้นที่ริมแม่น้ำให้ดูมีความเป็นไทย ๆ ได้แก่ ที่ดินคลังน้ำมันคาลเท็กซ์ ถ.พระราม 3 ที่ดินการรถไฟฯ
ถ.เชื้อเพลิง ท่าเรือคลองเตยที่อาจจะย้ายไปแหลมฉะบัง หรือที่ตั้งขององค์การแบตเตอรี่ผนวกกับองค์การแก้วเดิม
.
          บริเวณที่ 12 บ้านพักทูตถนนวิทยุ ซึ่งทางราชการให้เช่ากับทูตต่างประเทศมานานแล้วในราคาถูก พื้นที่เช่นนี้ควรนำมาใช้ประโยชน์เพื่อประเทศชาติโดยรวมได้เป็นอย่างดี
.
          ความจริงยังอาจมีพื้นที่อื่นอีก แต่โดยที่ผมไม่ได้สำรวจอะไรเป็นพิเศษ เพียงต้องการนำเสนอแนวคิดการพัฒนาเมืองและรัฐสภาให้เหมาะสม จึงนำเสนอได้เพียงเท่านี้ และในรายละเอียดอาจต้องพิจารณาให้รอบคอบ โดยเฉพาะการจ่ายค่าทดแทนและการจัดหาพื้นที่ทดแทนให้ใหม่แก่ผู้ครอบครองเดิมอย่างสมเกียรติและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
.
          อย่าลืมนะครับ รัฐสภาคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และทรงเกียรติของชาติและประชาชน ส่วนการที่เราอาจพบข้าราชการการเมืองหรือข้าราชการประจำบางคนที่โกงกินชาติบ้านเมืองนั้น ถือเป็นเพียงส่วนน้อย อย่าได้นำมาทำให้รัฐสภาของปวงชนต้องแปดเปื้อนจนไม่ใส่ใจหาที่ลงให้สำเร็จ เราต้องหาที่ตั้งรัฐสภาที่ดีเพื่อศักดิ์ศรีของชาติและจะได้เป็นมงคลต่อชีวิตของผู้เกี่ยวข้องด้วย
ตั้งเมื่อ: 20:50 น. 16 เม.ย. 2008
แท็ก: รัฐสภา

Comment

Comment:

Tweet