เคยมีคนเล่าให้ฟังเรื่องของนักศึกษาแพทย์ที่ทำการทดลองเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของร่างกายและจิตว่าสัมพันธ์กันอย่างไร เคยมีการทดลองหนึ่ง ที่เอาคนป่วยที่มีอาการเดียวกัน ความหนักเบาพอกัน ทั้งอายุ สุขภาพทุกอย่างถือว่าพอกัน จากนั้นแยกให้คนไข้อยู่คนละห้อง ที่ปลายเตียงของคนคนที่หนึ่งติดป้ายไว้ว่า "วันนี้เราแข็งแรงขึ้นแล้ว" ส่วนคนใข้คนที่ 2 เขียนว่า "วันนี้เราทรุดลงอีกแล้ว" เมื่อผู้ป่วยทั้งสองตื่นขึ้นมาทีไรก็เห็นป้ายที่ติดอยู่ที่ปลายเตียงอย่างนั้นทุกวัน หลังจากนั้น 2 สัปดาห์ คนใข้ที่ 1 เริ่มมีอาการดีขึ้น และคนไข้คนที่ 2 กลับมีอาการทรุดหนักลง

อีกการทดลองหนึ่ง ขณะนั้นอยู่ในช่วงสงครามได้มีการนำนักโทษประหารมาถามว่า ถึงอย่างไรคุณก็ต้องถูกประหารชีวิตแน่นอน คุณจะเลือกแบบไหนระหว่างการถูกยิงเป้าตายไปเฉย ๆ หรือว่ายอมให้เอาร่างกายตัวเองมาทดลองทางวิทยาศาสตร์โดยหมอเจาะเส้นเลือดและปล่อยให้เลือดไหลจากตัว เพื่อดูว่าคนเราเสียเลือดเท่าใดถึงจะตาย ถ้าทำอย่างนี้ชื่อของคุณก็จะได้จารึกอยู่ในประวัติศาสตร์ทางกานแพทย์ว่าการทดลองเกิดขึ้นจากใครอย่างไรก็ตายเหมือนกัน ก็มีนักโทษคนหนึ่งอาสาว่า ตกลงผมจะเอาตายแบบมีชื่อเสียง หมอก็จัดการเก็บตัวเขาไว้ในห้องมืด เสร็จแล้วก็เอาเข็มต่อสายยางแทงเข้มเข้าไปในเส้นเลือด ปล่อยให้เลือดมันไหลออกมา เสียงดังติ๋ง ๆ ตั้งภาชนะรองรับอยู่ที่พื้น พอทำเสร็จเรียบร้อยให้นักโทษเห็นเลือดตนเองกำลังไหลออกมา จากนั้นก็ปิดไฟในห้อง โดยบอกว่าเพื่อให้นักโทษรู้สึกสงบ พร้อมกันนั้นก็มีเครื่องวัดตรวจชีพจรดูว่าตอนนี้เป็นอย่างไร ยังมีชีวิตอยู่ไหม ตายหรือยัง ปรากฏว่านักโทษคนนั้นตายลงในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นเพียงการทดลองหลอก ๆ เท่านั้น ช่วงแรกที่ยังเปิดไฟอยู่ ให้นักโทษมองเห็นว่าเลือดไหลออกมาจากตัวเขาหยดติ๋ง ๆๆ แต่พอปิดไฟ หมอก็ปิดสายยางไม่ให้มีการสูญเสียเลือดอีก ส่วนที่ได้ยินเสียงติ๋ง ๆ นั้นเป็นเสียงหยดน้ำที่ทำไว้หลอกนักโทษเท่านั้น นักโทษไม่รู้ก็คิดว่าเป็นเสียงหยดเลือดของตัวเอง เขาก็มีความรู้สึกว่าตัวเองกำลังเสียเลือด และร่างกายกำลังอ่อนเพลีย และแย่ลงทุกที เพียงไม่ถึงชั่วโมงเขาก็ตายลงจริง ๆ

จึงเห็นได้ชัดว่าความคิดของคนเราสามารถผลต่อร่างกายได้อย่างรุนแรง เพราะฉะนั้น ความคิดในใจเราจึงสำคัญมาก ส่งผลต่อทุกเรื่อง ตั้งแต่สุขภาพไปจนถึงเป็นพลังนำตัวเราไปทำสิ่งที่ดีหรือไม่ดีได้ ขึ้นอยู่กับว่าความคิดนั้นเป็นความในทางที่ดีหรือในทางร้าย

Comment

Comment:

Tweet

Placebo Effect นี่เองbig smile

#4 By P.S. on 2008-05-29 11:35

ความคิดเรามันมีอำนาจขนาดนี้เลยหรือเนี่ย
.
.
น่ากลัวแฮะ

#3 By asirup on 2008-04-11 00:50

เคยได้ยินเรื่องที่หลอกเจาะเส้นเลือดนักโทษประหารเหมือนกัน ความคิดมีพลังครับ คนเรามักจะเป็นไปตามที่ความคิดของเราเสมอ

#2 By นายเป็ด!!! on 2008-04-07 05:26

แปลกดีครับ

ผมเคยอ่านเรื่องนึง

ที่หมอให้คนไข้กินยา แล้วบอกว่าเป็นยาใหม่
ต่อมาคนไข้บอกว่าอาการแย่ลง เลยขอยาเดิมกิน

ต่อมาอาการก็ดีขึ้น เป็นปกติ

แต่จริงๆแล้วยาทั้ง 2 อย่างเป็นยาตัวเดียวกัน

คนเราก็แปลกดีนะครับ confused smile

#1 By KEI on 2008-04-07 04:23